วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
Data mining
Data Mining คือ ชุด software วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อระบบสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ใช้ มันเป็น software ที่สมบรูณ์ทั้งเรื่องการค้นหา การทำรายงาน และโปรแกรมในการจัดการ ซึ่งเราคุ้นเคยดีกับคำว่า Executive Information System ( EIS ) หรือระบบข้อมูลสำหรับการตัดสินใจในการบริหาร ซึ่งเป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ที่สามารถค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลขนาดใหญ่หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการบริหาร ซึ่งเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับฐานข้อมูลที่มีอยู่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ( Decision Support System) คือทำอย่างไรให้ข้อมูลที่เรามีอยู่กลายเป็นความรู้อันมีค่าได้สร้างคำตอบของอนาคตได้
data warehouse
คลังข้อมูล (data warehouse) คือ ฐานข้อมูลขนาดยักษ์ ที่รวบรวมฐานข้อมูลจากหลายแหล่งหลายช่วงเวลา ซึ่งอาจมี schema แตกต่างกัน มาไว้รวม ณ ที่เดียวกัน (และใช้ schema เดียวกัน)การรวบรวมและวิเคราะห์กระบวนการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์หารูปแบบข้อมูลในคลังข้อมูลขั้นตอนที่ 1 เลือกขั้นตอนที่ 2 เลือกข้อมูลพื้นฐานที่เก็บอยู่ในตารางหลักของ business processขั้นตอนที่ 3 เลือก dimension ที่จะถูกนำมาใช้กับแต่ละแถวของตารางหลักขั้นตอนที่ 4 เลือก measured fact(ข้อมูลที่มีการวัด, การประมวลผล หรือการคำนวณไว้แล้ว)
ข้อดีของ blogger
1. เจ้าของบล็อกมีอิสระที่จะนำเสนอ อะไรก็ได้ ที่ไม่ไปก้าวล่วงบุคคลอื่น ที่ไม่ผิดกติกาของผู้ให้บริการบล็อกที่เราทำอยู่ (oknation) ที่ไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรม ประเพณีที่ดีงาม ถ้าเราใช้จริยธรรมในใจกำกับ กฎต่างๆก็อยู่ที่เราจะกำหนดเองค่ะ
2. เปิดโอกาสให้ บล็อกเกอร์ได้รับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้โดยอิสระ จะรับไว้ จะไม่อ่าน จะตอบ จะลบ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเจ้าของบล็อก แต่ก็ไม่ลดสิทธิ์ที่ผู้ให้บริการบล็อกจะเข้ามาช่วยดูแลในกรณี ฉุกเฉิน หรือมีปัญหาที่ต้องดำเนินการ
3. ในด้านเทคนิค เจ้าของบล็อกสามารถปรับแต่งบล็อกให้เป็นรูปแบบที่ตนต้องการได้โดยไม่ต้องมีความรู้ในเรื่องภาษาคำสั่งของโปรแกรมมากมาย อาศัยบทเรียนง่ายๆ การสังเกตุ การทดลอง สามัญสำนึกช่วยก็ทำเองได้ หรืออาจขอความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆจากผู้ที่มีประสบการณ์ก็สามารถเข้าไปแก้ไข Source Code เองได้
4. สามารถสร้างเครือข่าย ชุมชนสัมพันธ์ระหว่างบล็อกเกอร์ที่มีความคิด ความสนใจ ความรู้สึก ร่วมกันได้
5. ช่วยเป็นกระบอกเสียง ทำประชาสัมพันธ์ในเรื่องต่างๆได้ รวมทั้งผลงานให้เป็นที่รู้จัก หากบุคคล นักธุรกิจ คนดัง นักร้อง ค่ายเพลง นักแสดง หมอดู นักการเมือง องค์กร ห้างร้านสนใจมาทำบล็อกก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องการตลาดอย่างมาก หากใช้อย่างมีเป้าหมาย มีการวางแผน ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และบริหารบล็อกอย่างมืออาชีพ หรือด้วยมืออาชีพ
6. เปิดโอกาสให้เจ้าของบล็อกทำธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่หารายได้จากการจำหน่ายสินค้า บริการ หรือ หารายได้จากการเป็นสมาชิก การลงโฆษณา ก็ตาม
7. ได้พื้นที่ใช้งานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมมีคนคอยบริการ ช่วยเหลือเมือ่มีปัญหาทางด้านเทคนิค หรือปัญหาทั่วๆไปที่เกี่ยวกับ บล็อก
8. ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือ สิ่งเก่าๆ ที่ยังไม่รู้ ให้รู้มากขึ้น จากการนำมาแลกเปลี่ยนกันและกัน
9. ได้มิตรภาพใหม่ๆ จากความสัมพันธ์กับคนในชุมชนบล็อก กับเพื่อนของบล็อกเกอร์ และเพื่อนของเพื่อนของ.....
10. ใช้เป็นช่องทางสื่อสารกับครอบครัว เพื่อนฝูง เมื่อยามห่างไกลกัน
11. เปิดโอกาสให้เจ้าของบล็อกได้แสดงออกถึงความสามารถ ความคิดเห็นได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน บางท่านอาจจะกลายเป็นคนดังได้ เช่น คุณ kittinun ป้ามด และอีกหลายๆท่าน
12. เปิดโอกาสให้ประชาชนคนธรรมดา กลายเป็น ผู้สื่อข่าวได้ เพียงแค่นำเรื่องใกล้ตัวที่น่าสนใจ น่าตระหนัก มาเสนอในช่วงเวลาที่เหมาะสม
13. เปิดโอกาสให้บล็อกเกอร์ได้แสดงตัวตนที่เป็นตัวเอง หรืออาจจะเป็นด้านที่ไม่มีใครรู้มาก่อนได้ แม้จะอยู่ชื่อแฝง หรือจะอยู่ในชื่อจริงก็ตาม
14. เป็นไดอารี่บันทึกประจำวัน เป็นที่เก็บข้อมูลประจำครอบครัว ประจำสถาบัน ใช้เป็นจดหมายเหตุได้
15. เป็นที่พบปะสังสรรค์เพือนเก่า เครือญาติ ศิษย์เก่าสถาบันต่างๆได้
16. เก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงตัวเอง ถึงคนอันเป็นที่รัก ที่ชัง ครอบครัว เพื่อน คนอื่นรวมไปถึงสัตว์เลี้ยง พืช งานอดิเรก ของรัก ของหวง รวมถึงเหตุการณ์ที่น่าจดจำรำลึก ในยามที่เลิกหรือไม่ได้ทำบล็อกแล้ว
17. เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ ให้บุคคลอื่นเข้ามาค้นคว้า ศึกษาได้ในปัจจุบันและอนาคต
18. เปิดโอกาสให้ผู้ที่อาจจะต้องอยู่ในมุมมืด เช่นผู้มีอาชีพพิเศษ นักโทษ ผู้ที่ไม่ต้องการเผยตัว ได้ใช้เป็นเวทีแสดงออกและแลกเปลี่ยน เรื่องราว ความคิดเห็น แนวทาง โดยไม่จำเป็นต้องเผยชื่อ
19. เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน มาอยู่ร่วมในชุมชนเดียวกัน เพิ่มโอกาสให้มีการปรับแนวทางความคิด ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และอาจจะนำไปสู่ความรู้รักสามัคคี และการสมานฉันท์ ในการนำส่วนที่ดีดี มาใช้ร่วมกันก็เป็นได้
20. ใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เช่นกรณีของการนำเสนอข่าวอย่างฉับไว เจาะลึก มีพร้อมทั้งภาพและเสียง ผ่านสื่อต่างๆหลายรูปแบบ ซึ่งในเครือ The Nation ใช้อยู่ในปัจจบุนนี้
21. ใช้เป็นศูนย์รวมการให้ความรู้ การศึกษาวิชาการ วิชาชีพ ศิลปะ การติว การให้การบ้าน การส่งการบ้าน ของครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป
22. ใช้สร้าง รวมกลุ่ม ชุมชนออนไลน์ย่อยๆ เพื่อการระดมความคิด พบปะพูดคุย ปรึกษาธุระ แสดงผลงานร่วมกัน เช่น ร้อยแก้ว ร้อยกรอง วรรณกรรม การ์ตูน งานศิลปะอื่นๆ ตามแตความสนใจของกลุ่มย่อยนั้น ในบางกรณี ยังสามารถกำหนด password ในการเข้าบล็อกของกลุ่มเพื่อรักษาความลับไม่ให้รั่วไหล
23. ใช้เป็นสถานีวิทยุออนไลน์ ให้บริการข่าว ฟังเพลง ตลอด 24 ชั่วโมง
2. เปิดโอกาสให้ บล็อกเกอร์ได้รับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้โดยอิสระ จะรับไว้ จะไม่อ่าน จะตอบ จะลบ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเจ้าของบล็อก แต่ก็ไม่ลดสิทธิ์ที่ผู้ให้บริการบล็อกจะเข้ามาช่วยดูแลในกรณี ฉุกเฉิน หรือมีปัญหาที่ต้องดำเนินการ
3. ในด้านเทคนิค เจ้าของบล็อกสามารถปรับแต่งบล็อกให้เป็นรูปแบบที่ตนต้องการได้โดยไม่ต้องมีความรู้ในเรื่องภาษาคำสั่งของโปรแกรมมากมาย อาศัยบทเรียนง่ายๆ การสังเกตุ การทดลอง สามัญสำนึกช่วยก็ทำเองได้ หรืออาจขอความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆจากผู้ที่มีประสบการณ์ก็สามารถเข้าไปแก้ไข Source Code เองได้
4. สามารถสร้างเครือข่าย ชุมชนสัมพันธ์ระหว่างบล็อกเกอร์ที่มีความคิด ความสนใจ ความรู้สึก ร่วมกันได้
5. ช่วยเป็นกระบอกเสียง ทำประชาสัมพันธ์ในเรื่องต่างๆได้ รวมทั้งผลงานให้เป็นที่รู้จัก หากบุคคล นักธุรกิจ คนดัง นักร้อง ค่ายเพลง นักแสดง หมอดู นักการเมือง องค์กร ห้างร้านสนใจมาทำบล็อกก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องการตลาดอย่างมาก หากใช้อย่างมีเป้าหมาย มีการวางแผน ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และบริหารบล็อกอย่างมืออาชีพ หรือด้วยมืออาชีพ
6. เปิดโอกาสให้เจ้าของบล็อกทำธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่หารายได้จากการจำหน่ายสินค้า บริการ หรือ หารายได้จากการเป็นสมาชิก การลงโฆษณา ก็ตาม
7. ได้พื้นที่ใช้งานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมมีคนคอยบริการ ช่วยเหลือเมือ่มีปัญหาทางด้านเทคนิค หรือปัญหาทั่วๆไปที่เกี่ยวกับ บล็อก
8. ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือ สิ่งเก่าๆ ที่ยังไม่รู้ ให้รู้มากขึ้น จากการนำมาแลกเปลี่ยนกันและกัน
9. ได้มิตรภาพใหม่ๆ จากความสัมพันธ์กับคนในชุมชนบล็อก กับเพื่อนของบล็อกเกอร์ และเพื่อนของเพื่อนของ.....
10. ใช้เป็นช่องทางสื่อสารกับครอบครัว เพื่อนฝูง เมื่อยามห่างไกลกัน
11. เปิดโอกาสให้เจ้าของบล็อกได้แสดงออกถึงความสามารถ ความคิดเห็นได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน บางท่านอาจจะกลายเป็นคนดังได้ เช่น คุณ kittinun ป้ามด และอีกหลายๆท่าน
12. เปิดโอกาสให้ประชาชนคนธรรมดา กลายเป็น ผู้สื่อข่าวได้ เพียงแค่นำเรื่องใกล้ตัวที่น่าสนใจ น่าตระหนัก มาเสนอในช่วงเวลาที่เหมาะสม
13. เปิดโอกาสให้บล็อกเกอร์ได้แสดงตัวตนที่เป็นตัวเอง หรืออาจจะเป็นด้านที่ไม่มีใครรู้มาก่อนได้ แม้จะอยู่ชื่อแฝง หรือจะอยู่ในชื่อจริงก็ตาม
14. เป็นไดอารี่บันทึกประจำวัน เป็นที่เก็บข้อมูลประจำครอบครัว ประจำสถาบัน ใช้เป็นจดหมายเหตุได้
15. เป็นที่พบปะสังสรรค์เพือนเก่า เครือญาติ ศิษย์เก่าสถาบันต่างๆได้
16. เก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงตัวเอง ถึงคนอันเป็นที่รัก ที่ชัง ครอบครัว เพื่อน คนอื่นรวมไปถึงสัตว์เลี้ยง พืช งานอดิเรก ของรัก ของหวง รวมถึงเหตุการณ์ที่น่าจดจำรำลึก ในยามที่เลิกหรือไม่ได้ทำบล็อกแล้ว
17. เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ ให้บุคคลอื่นเข้ามาค้นคว้า ศึกษาได้ในปัจจุบันและอนาคต
18. เปิดโอกาสให้ผู้ที่อาจจะต้องอยู่ในมุมมืด เช่นผู้มีอาชีพพิเศษ นักโทษ ผู้ที่ไม่ต้องการเผยตัว ได้ใช้เป็นเวทีแสดงออกและแลกเปลี่ยน เรื่องราว ความคิดเห็น แนวทาง โดยไม่จำเป็นต้องเผยชื่อ
19. เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน มาอยู่ร่วมในชุมชนเดียวกัน เพิ่มโอกาสให้มีการปรับแนวทางความคิด ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และอาจจะนำไปสู่ความรู้รักสามัคคี และการสมานฉันท์ ในการนำส่วนที่ดีดี มาใช้ร่วมกันก็เป็นได้
20. ใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เช่นกรณีของการนำเสนอข่าวอย่างฉับไว เจาะลึก มีพร้อมทั้งภาพและเสียง ผ่านสื่อต่างๆหลายรูปแบบ ซึ่งในเครือ The Nation ใช้อยู่ในปัจจบุนนี้
21. ใช้เป็นศูนย์รวมการให้ความรู้ การศึกษาวิชาการ วิชาชีพ ศิลปะ การติว การให้การบ้าน การส่งการบ้าน ของครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป
22. ใช้สร้าง รวมกลุ่ม ชุมชนออนไลน์ย่อยๆ เพื่อการระดมความคิด พบปะพูดคุย ปรึกษาธุระ แสดงผลงานร่วมกัน เช่น ร้อยแก้ว ร้อยกรอง วรรณกรรม การ์ตูน งานศิลปะอื่นๆ ตามแตความสนใจของกลุ่มย่อยนั้น ในบางกรณี ยังสามารถกำหนด password ในการเข้าบล็อกของกลุ่มเพื่อรักษาความลับไม่ให้รั่วไหล
23. ใช้เป็นสถานีวิทยุออนไลน์ ให้บริการข่าว ฟังเพลง ตลอด 24 ชั่วโมง
วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
องค์ความรู้
- องค์ความรู้
- รหัสหนังสือวิทยุ ว 2 คือ ได้ยินหรือไม่ ตอบด้วย
- หนังสือ ว คือ หนังสือเวียน
- หนังสือด่วนที่สุด คือ ปฏิบัติทันทีที่ได้รับหนังสือ
- คำว่า ลว คือ หนังสือลงวันที่
- อ้างถึงหนังสือ หมายถึง หนังสือเรื่องเดียวกันแต่ส่งมาแล้วครั้งหนึ่ง
- สิ่งที่ส่งมาด้วย หมายถึง หนังสือรายละเอียดหรือเอกสารอื่น ๆ ที่ส่งมาพร้อมหนังสือ
- รหัสหนังสือวิทยุ ว 2 คือ ได้ยินหรือไม่ ตอบด้วย
- หนังสือ ว คือ หนังสือเวียน
- หนังสือด่วนที่สุด คือ ปฏิบัติทันทีที่ได้รับหนังสือ
- คำว่า ลว คือ หนังสือลงวันที่
- อ้างถึงหนังสือ หมายถึง หนังสือเรื่องเดียวกันแต่ส่งมาแล้วครั้งหนึ่ง
- สิ่งที่ส่งมาด้วย หมายถึง หนังสือรายละเอียดหรือเอกสารอื่น ๆ ที่ส่งมาพร้อมหนังสือ
แนะนำตัว
ชื่อ นางกมลวรรณ สูงรัง
ชื่อเล่น รุณ
อายุ 35 ปี
เกิด วันที่ 8 เมษายน 2517
ประวัติการศึกษา จบการศึกษา ปวส.จากโรงเรียนพาณิชยการพลาญชัยร้อยเอ็ด
สถานที่ทำงาน องค์การบริหารส่วนตำบลคำไฮ ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด
- ที่ตั้ง หมู่ 1 ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด
- โครงสร้างองค์กร แบ่งเป็น 2 ฝ่าย
- ฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย
- นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำไฮ คือ นายประสาร กาศรี
- รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำไฮ คือ
- นายสำรอง ผาริโน
- นายสวัสดิ์ มาลารส
- ฝ่ายหน่วยงาน พนักงาน และเจ้าหน้าที่
- สำนักปลัด ประกอบด้วย
- นายนีรพล ละอองวิจิตร ตำแหน่ง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลคำไฮ
- นางศรีผกา วนวาที ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
- นายกฤติพัชร์ ผิวเกลี้ยง ตำแหน่ง บุคลากร
- นางสาวณัฐกาญน์ ผารัตน์ ตำแหน่ง นักพัฒนาชุมชน
- นางสาววิไล คำแสน ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ
- นางกมลวรรณ สูงรัง ตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ธุรการ
- ส่วนการคลัง ประกอบด้วย
- นางปิยะกร สังสนา ตำแหน่ง หัวหน้าส่วนการคลัง
- นางสาวนิตยา รัตนตรัยวงศ์ ตำแหน่ง เจ้าพนักงาน การเงินและบัญชี
- นางสาวสุภาภรณ์ สุดาเดช ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุ
- นายจิตติพัทธ์ รัตนะสิริพร ตำแหน่ง เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้
- นางสมพิศ อินทวี ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี
- นางธิติมา กาศรี ตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พัสดุ
- ส่วนโยธา ประกอบด้วย
เกิด วันที่ 8 เมษายน 2517
ประวัติการศึกษา จบการศึกษา ปวส.จากโรงเรียนพาณิชยการพลาญชัยร้อยเอ็ด
สถานที่ทำงาน องค์การบริหารส่วนตำบลคำไฮ ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด
- ที่ตั้ง หมู่ 1 ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด
- โครงสร้างองค์กร แบ่งเป็น 2 ฝ่าย
- ฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย
- นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำไฮ คือ นายประสาร กาศรี
- รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำไฮ คือ
- นายสำรอง ผาริโน
- นายสวัสดิ์ มาลารส
- ฝ่ายหน่วยงาน พนักงาน และเจ้าหน้าที่
- สำนักปลัด ประกอบด้วย
- นายนีรพล ละอองวิจิตร ตำแหน่ง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลคำไฮ
- นางศรีผกา วนวาที ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
- นายกฤติพัชร์ ผิวเกลี้ยง ตำแหน่ง บุคลากร
- นางสาวณัฐกาญน์ ผารัตน์ ตำแหน่ง นักพัฒนาชุมชน
- นางสาววิไล คำแสน ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ
- นางกมลวรรณ สูงรัง ตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ธุรการ
- ส่วนการคลัง ประกอบด้วย
- นางปิยะกร สังสนา ตำแหน่ง หัวหน้าส่วนการคลัง
- นางสาวนิตยา รัตนตรัยวงศ์ ตำแหน่ง เจ้าพนักงาน การเงินและบัญชี
- นางสาวสุภาภรณ์ สุดาเดช ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุ
- นายจิตติพัทธ์ รัตนะสิริพร ตำแหน่ง เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้
- นางสมพิศ อินทวี ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี
- นางธิติมา กาศรี ตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พัสดุ
- ส่วนโยธา ประกอบด้วย
- นายภาสพงษ์ เล่ห์กล ตำแหน่ง หัวหน้าส่วนโยธา
- นายกิตติ กาศรี ตำแหน่ง คนงานทั่วไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)